สร้างบ่อออนเซ็นในบ้าน มีขั้นตอนอย่างไร ราคาเท่าไหร่ ขนาดไหนดี
- 6 มี.ค.
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 10 มี.ค.

คงจะดีไม่น้อยหากพื้นที่ที่เหลือในบ้านจะกลายเป็นมุมพักผ่อนได้ทั้งกายและใจในมุมเดียว การสร้างสระว่ายน้ำระบบออนเซ็นถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะนอกจากจะช่วยบำรุงสุขภาพแล้ว ยังช่วยฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้าในแต่ละวันได้อีกด้วย แต่หลายคนอาจสงสัยว่าสร้างบ่อออนเซ็นนั้นดียังไง คุ้มไหม ติดตั้งอย่างไร ดูแลรักษายุ่งยากไหม ต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ บทความนี้มีคำตอบ
ดูแลสระว่ายน้ำให้สวยและปลอดภัยอยู่เสมอ
ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง ซ่อม หรือดูแลสระว่ายน้ำ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะกับสระของคุณ
ระบบออนเซ็น คืออะไร?
ระบบออนเซ็น (Onsen System) คือ วิศวกรรมงานระบบน้ำที่ออกแบบมาเพื่อจำลองประสบการณ์การแช่น้ำร้อนธรรมชาติจากประเทศญี่ปุ่น โดยรวมเทคโนโลยีระบบทำความร้อนแบบคงที่ (Constant Temperature) และระบบหมุนเวียนบำบัดน้ำบริสุทธิ์ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ
ในด้านสุขอนามัย จะใช้ระบบกรองละเอียดร่วมกับการฆ่าเชื้อด้วยเทคโนโลยี UV หรือ Ozone เพื่อทำให้น้ำสะอาดอยู่เสมอ นอกจากนี้ระบบออนเซ็นยังมีจุดเด่นสำคัญคือการใช้เทคโนโลยีเติมแร่ธาตุอัตโนมัติ (Mineral Infusion) ซึ่งจะช่วยเติมแร่ธาตุที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยทั้งการบำบัดสุขภาพและบำรุงผิวพรรณไปพร้อมกัน
การสร้างบ่อออนเซ็น มีกี่แบบ?
1. ระบบออนเซ็นแบบสำเร็จรูป
เป็นระบบการสร้างสระโดยใช้โครงสร้างที่หล่อสำเร็จมาจากโรงงาน นำมาวางลงในพื้นที่ที่เตรียมไว้แล้วเชื่อมต่อกับระบบเครื่องจักรภายนอก วัสดุที่ใช้ผลิตจากไฟเบอร์กลาสหรืออะคริลิกเสริมแรงเกรดพรีเมียม ระบบนี้เหมาะสำหรับบ้านหรืออาคารที่มีพื้นที่น้อย ต้องการควบคุมระยะเวลาก่อสร้างให้รวดเร็วและจำกัดงบประมาณไม่ให้บานปลาย ข้อดีของระบบนี้จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสระรั่วซึมได้ดี เนื่องจากไม่มีรอยต่อของปูน แต่มีข้อจำกัดในเรื่องของดีไซน์ที่เจ้าของบ้านไม่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงสระได้ตามใจชอบ ต้องเลือกตามแบบมาตรฐานเท่านั้น
2. ระบบออนเซ็นแบบก่อสร้างหน้างาน
เป็นระบบการสร้างโดยเสริมเหล็กขึ้นใหม่ทั้งหมดในพื้นที่หน้างาน โดยเริ่มจากวิศวกรออกแบบโครงสร้างและวางระบบท่อหมุนเวียนให้สอดคล้องกับงานสถาปัตยกรรมของบ้าน ระบบนี้เหมาะสำหรับโครงการระดับ Luxury หรือบ้านที่ต้องการสระที่มีดีไซน์เฉพาะตัว โดยหัวใจสำคัญของระบบนี้อยู่ที่การวางระบบกันซึมหลายชั้นและติดตั้งระบบบำบัดน้ำที่ต้องคำนวณมาเป็นอย่างดี เพื่อรองรับปริมาณน้ำจำนวนมาก โดยที่ความเข้มข้นของแร่ธาตุภายในน้ำจะไม่หายไปหรือมีปริมาณมากเกินไป
ประโยชน์ของการมีบ่อออนเซ็นภายในบ้าน
ฟื้นฟูร่างกาย: ด้วยอุณหภูมิในสระที่สูงและคงที่ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยจากออฟฟิศซินโดรมหรือการออกกำลังกายได้อย่างรวดเร็ว
นอนหลับง่ายขึ้น: การปรับอุณหภูมิร่างกายให้สูงขึ้นก่อนนอนจะช่วยให้ระบบประสาทผ่อนคลาย ร่างกายเข้าสู่ภาวะหลับลึกได้ง่ายขึ้น
บรรเทาความเครียด: ด้วยความร้อนจากน้ำในสระจะช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเครียด ช่วยให้ผู้แช่รู้สึกผ่อนคลาย
ขั้นตอนการสร้างบ่อออนเซ็นภายในบ้าน
1. สำรวจและประเมินโครงสร้าง
วิศวกรจะตรวจสอบความพร้อมของพื้นที่ วางแผนจุดระบายน้ำและระบบไฟเพื่อป้องกันความชื้นสะสมและความปลอดภัย โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการติดตั้งบริเวณชั้นบนของบ้าน วิศวกรจะต้องคำนวณการรับน้ำหนักให้ดี เพราะน้ำ 1 ลูกบาศก์เมตร มีน้ำหนักมากถึง 1,000 กิโลกรัม หากวิศวกรวางแผนไม่ดีพอ อาจทำให้พื้นบ้านแอ่น ร้าว หรือโครงสร้างทรุดตัวได้ในระยะยาว
2. ออกแบบและวางระบบท่อ
การวางระบบท่ออนเซ็นต่างจากสระว่ายน้ำทั่วไป เนื่องจากตัวสระจะต้องมีอุณหภูมิสูง วิศวกรจำเป็นต้องเดินท่อแบบระบบหมุนเวียน (Loop System) และใช้ท่อประเภททนความร้อนสูง (เช่น ท่อ PPR เกรดพิเศษ) เพื่อให้น้ำร้อนไหลเวียนทั่วสระและป้องกันปัญหาท่ออ่อนตัวหรือปล่อยสารเคมีเจือปนลงไปในสระเมื่อตัวท่อสัมผัสกับน้ำอุณหภูมิสูง
3. งานโครงสร้างและระบบกันซึม
หลังจากออกแบบเสร็จแล้วจึงเริ่มก่อสร้างตามแบบที่เลือก เพียงแต่วิศวกรจะต้องออกแบบระบบกันซึมให้ดี เพราะน้ำร้อนมีคุณสมบัติซึมผ่านสิ่งต่างๆ ได้ดีกว่าน้ำเย็น หากระบบกันซึมไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้น้ำซึมเข้าสู่โครงสร้างคอนกรีตจนเหล็กเสริมภายในกลายเป็นสนิมและดันคอนกรีตแตกออกมา ด้วยเหตุนี้วิศวกรจะทำระบบกันซึมซ้อนกันอย่างน้อย 2-3 ชั้น โดยใช้วัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูงและทนความร้อนได้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำรั่วซึมและสร้างความเสียหายต่อบริเวณข้างเคียง
4. ติดตั้งห้องเครื่องและอุปกรณ์หลัก
วิศวกรจะติดตั้งอุปกรณ์สำคัญ ได้แก่ เครื่องทำความร้อน (Heat Pump), ระบบกรองละเอียด และถังพักน้ำแร่ โดยเชื่อมต่อเข้ากับแผงควบคุมอัตโนมัติ เพื่อให้อุปกรณ์ทุกตัวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานมากที่สุด
5. งานตกแต่งและงานสถาปัตยกรรม
หลังจากเซ็ตระบบเรียบร้อยแล้ว วิศวกรจะเลือกวัสดุที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์, การใช้งาน และความปลอดภัย รวมถึงคำนวณระดับบันไดและติดตั้งราวจับตามหลักสรีรศาสตร์ เพื่อให้ทุกคนในบ้านใช้งานสระออนเซ็นได้อย่างสะดวกและปลอดภัย
6. ติดตั้งระบบฆ่าเชื้อและเซ็นเซอร์อัจฉริยะ
วิศวกรจะติดตั้งเครื่องฆ่าเชื้อโรคด้วยแสง UV หรือก๊าซโอโซน เพื่อกำจัดแบคทีเรียในน้ำโดยไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว รวมถึงติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง และระดับความเข้มข้นของแร่ธาตุให้ตรงตามค่ามาตรฐาน ซึ่งจะช่วยให้ดูแลสระง่ายขึ้น ลดการเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อย ๆ
เจาะลึกอุปกรณ์เครื่องทําออนเซ็นมีอะไรบ้าง
1. ระบบทำความร้อนและพลังงาน (Heating System)
Heat Pump: เป็นเครื่องทำความร้อนที่ดึงพลังงานจากอากาศมาใช้ ทำหน้าที่เร่งอุณหภูมิของน้ำให้ร้อนเร็วขึ้น ข้อดีคือประหยัดค่าไฟได้มากกว่าขดลวดไฟฟ้าถึง 3-4 เท่า
เครื่องทําน้ําร้อนพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Water Heater): เป็นอุปกรณ์เปลี่ยนพลังงานแสงแดดเป็นความร้อนสำหรับใช้อุ่นน้ำในถังพัก นอกจากจะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องทำความร้อนหลักแล้ว ยังช่วยประหยัดพลังงานในระยะยาวอีกด้วย
2. ระบบหมุนเวียนและบำบัดน้ำ (Circulation & Filtration)
ปั๊มน้ำและระบบท่อแรงดันสูง: ทำหน้าที่ขับเคลื่อนน้ำให้ไหลเวียนในระบบกรองและทำความร้อนอย่างต่อเนื่อง ช่วยรักษาความสะอาดและรักษาอุณหภูมิในอ่างให้คงที่อย่างทั่วถึง
เครื่องกรองน้ำระบบผสม: ทำหน้าที่ดักจับตะกอนและสิ่งสกปรกขนาดเล็ก ช่วยให้น้ำสะอาดและปลอดภัยต่อการใช้งาน
3. ระบบควบคุมคุณภาพและสุขอนามัย (Sanitization & Minerals)
ระบบฆ่าเชื้อด้วย UV และโอโซน: เป็นอุปกรณ์ฆ่าเชื้อโรคและแบคทีเรียในน้ำด้วยเทคโนโลยีแสงและก๊าซธรรมชาติ ข้อดีคือช่วยลดปริมาณการใช้คลอรีน จึงช่วยให้น้ำไม่มีกลิ่นฉุนและไม่ระคายเคืองต่อผิว
อุปกรณ์เติมแร่ธาตุอัตโนมัติ (Mineral Infuser): เป็นอุปกรณ์ที่ระบบจะจ่ายลงไปในน้ำตามอัตราส่วนที่เหมาะสม เพื่อจำลองคุณสมบัติของน้ำพุร้อนธรรมชาติ
ระบบตั้งเวลาหมุนเวียนน้ำ: เป็นระบบควบคุมรอบการกรองน้ำอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยตรวจสอบและคงความบริสุทธิ์ของน้ำตามช่วงเวลาที่กำหนด ต่อให้ไม่มีการใช้งานก็ตาม
4. ระบบตรวจวัดและควบคุมอัจฉริยะ (Automation & Monitoring)
เซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิและค่า pH: เป็นอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนและความเป็นกรด-ด่างของน้ำแบบ Real-time จากนั้นจึงส่งข้อมูลไปให้ระบบประมวลผลและปรับสมดุลของน้ำให้ปลอดภัยต่อผิว
แผงควบคุมระบบอัตโนมัติ (Smart Control Panel): เป็นศูนย์กลางการสั่งการอัจฉริยะที่ให้ผู้ใช้ตั้งค่าต่างๆ ผ่านหน้าจอ Touch Screen หรือสมาร์ทโฟน เช่น เปิด-ปิดระบบ, ดูสถานะต่างๆ
อุปกรณ์วัดและควบคุมคุณภาพน้ำ: ทำหน้าที่สั่งการให้ระบบเติมหรือเจือจางน้ำ เพื่อให้คุณภาพของน้ำเป็นไปตามมาตรฐานออนเซ็นของญี่ปุ่น
5. ระบบความปลอดภัย (Safety System)
ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ป้องกันไฟรั่ว: ประกอบด้วยชุดเบรกเกอร์ตัดไฟอัตโนมัติ (RCBO) และระบบสายดินมาตรฐานสูง ทำหน้าที่ตัดกระแสไฟฟ้าทันทีที่พบความผิดปกติ
วิธีดูแลบ่อออนเซ็นให้สะอาด ใช้งานได้นาน
ตรวจเช็กค่าเคมีและอุณหภูมิ: ควรตรวจวัดค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ให้อยู่ระหว่าง 7.2 - 7.6 และค่าความเข้มข้นของแร่ธาตุอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการระคายเคืองผิวและยืดอายุการใช้งานของเครื่องทำความร้อน
ระบบกรองและฆ่าเชื้อ: แม้จะมีระบบ UV หรือ Ozone แต่อย่าลืมล้างถังกรอง (Backwash) ตามรอบที่กำหนด เพื่อกำจัดตะกอนและสิ่งสกปรกที่สะสมจากการใช้งาน
การทำความสะอาดพื้นผิว: บ่อน้ำร้อนมักเกิดคราบตะกรันได้ง่ายกว่าน้ำเย็น ดังนั้นควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสมเพื่อไม่ให้ทำลายพื้นผิววัสดุหรือระบบกันซึม
หมั่นสังเกตร่องรอยของสระอยู่เสมอ: หากพบว่าสระมีคราบหินปูนเกาะหนาเกินไปหลังจากใช้งานไปสักระยะ ระบบทำความร้อนเริ่มทำงานช้าลง หรือพบรอยร้าวขนาดเล็กตามแนวกระเบื้อง ควรเรียกทีมช่างสระว่ายน้ำมืออาชีพเข้าสำรวจและประเมินสภาพสระทันที เพื่อวางแผนซ่อมแซมและปรับปรุงสระว่ายน้ำให้กลับมาใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
สร้างบ่อออนเซ็น ราคาเท่าไหร่?
สำหรับค่าใช้จ่ายในทำสระว่ายน้ำออนเซ็น ราคาจะขึ้นอยู่กับรูปแบบการติดตั้ง, ขนาดพื้นที่และรายละเอียดงาน ดังนี้
รูปแบบการติดตั้ง | ขนาดพื้นที่ (โดยประมาณ) | รายละเอียดงาน | ช่วงราคา (บาท) |
ระบบพื้นฐาน (Standard) | 2 - 4 ตร.ม. | อ่างแช่มาตรฐาน, เครื่องทำความร้อน, ระบบกรองน้ำ และปั๊มหมุนเวียน | 150,000 - 350,000 |
Premium Set (ระบบยอดนิยม) | 4 - 8 ตร.ม. | ระบบ Heat Pump, ฆ่าเชื้อด้วย UV/Ozone, อุปกรณ์เติมแร่ธาตุ | 400,000 - 750,000 |
Luxury Signature (ระบบจัดเต็ม) | 8 ตร.ม. ขึ้นไป | ระบบเกลือแร่, Smart Control, ระบบ Jacuzzi, ตกแต่งด้วยหินธรรมชาติ | 800,000 - 1,500,000 ขึ้นไป |
หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นราคาประมาณการเบื้องต้น อาจเปลี่ยนแปลงตามสภาพหน้างานจริง, วัสดุตกแต่งที่ใช้ และระยะทางในการขนส่งอุปกรณ์เครื่องจักร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการสร้างบ่อออนเซ็นในบ้าน
1. สร้างสระออนเซ็นใช้เวลานานไหม?
กรณีที่สร้างแบบสำเร็จรูปจะใช้เวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ เนื่องจากตัวสระถูกหล่อสำเร็จมาแล้วจากโรงงาน ขั้นตอนส่วนใหญ่จะเป็นการเตรียมฐานรากและติดตั้งงานระบบเครื่องจักรหน้างาน แตกต่างจากแบบก่อสร้างหน้างานที่อาจใช้เวลานานถึง 2-3 เดือน ขึ้นอยู่กับขนาดสระและความยากง่ายของดีไซน์
2. สระออนเซ็นดูแลยากไหม?
ในปัจจุบันการดูสระไม่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะวิศวกรจะออกแบบระบบหมุนเวียนน้ำและฆ่าเชื้อด้วย UV หรือ Ozone ร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ จึงไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำทิ้งบ่อยๆ มีเพียงการทำความสะอาดไส้กรองตามรอบ (เดือนละ 1-2 ครั้ง), เติมแร่ธาตุตามที่ระบบแจ้งเตือน หรือทำความสะอาดก้นสระบ้างเป็นครั้งคราว
3. เปิดระบบทำความร้อนตลอดเวลา จ่ายค่าไฟแพงขึ้นไหม?
การใช้เครื่องทำความร้อนช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่าการใช้ขดลวดไฟฟ้ามากถึง 3-4 เท่า เนื่องจากเครื่องนี้ถูกออกแบบมาให้ดึงความร้อนจากอากาศภายนอกมาเปลี่ยนเป็นอุณหภูมิน้ำ ซึ่งใช้ไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ แตกต่างจากขดลวดไฟฟ้าที่ต้องใช้กระแสไฟปริมาณมากเพื่อต้มน้ำให้ร้อน และยิ่งถ้าติดตั้งฝาครอบสระด้วยแล้วจะช่วยลดการระเหยของความร้อนในช่วงที่ไม่ได้ใช้งาน ส่งผลให้อุณหภูมิน้ำจะร้อนแบบคงที่ จึงช่วยประหยัดไฟได้มากขึ้น
4. ขนาดบ่อออนเซ็นเท่าไหร่ ถึงจะเหมาะกับ
ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ใช้งานและระยะการยึดเหยียดร่างกาย โดยขนาดเริ่มต้นที่แนะนำสำหรับการใช้งานแค่ 1 - 2 คน อยู่ที่ประมาณ 1.5 x 2 เมตร ซึ่งเป็นระยะที่สามารถนั่งพิงขอบสระและเหยียดขาได้โดยไม่รู้สึกอึดอัด แต่หากใช้งาน 3 - 4 คน จะอยู่ที่ประมาณ 2.5 x 3 เมตร ขึ้นไป ทั้งนี้วิศวกรจะคำนวณปริมาณผู้ใช้งานร่วมกับพื้นที่หน้างานจริง เพื่อให้อุปกรณ์ต่างๆ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ติดต่อเรา
ไลน์: @siampoolth
เบอร์โทร (ออฟฟิศภาคเหนือ): 065-749-5442
เบอร์โทร (ออฟฟิศภาคกลาง): 092-698-2266
เวลาเปิด - ปิด: จันทร์ - ศุกร์ 08:00 - 17:00