top of page

SIAMPOOL THAILAND

BLOG & UPDATE

วิธีการดูแลระบบกรองน้ำ UV สระว่ายน้ำ

  • รูปภาพนักเขียน: Siampool Thailand
    Siampool Thailand
  • 18 ธ.ค. 2568
  • ยาว 1 นาที
ระบบกรองน้ำ UV

ระบบกรองน้ำ UV (Ultraviolet) สระว่ายน้ำ เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่คนสร้างสระว่ายน้ำนิยมใช้ในปัจจุบัน เพราะนอกจากจะไม่ต้องใช้สารเคมีปริมาณมาก ๆ ในสระว่ายน้ำแล้ว ยังสามารถกำจัดทั้งเชื้อโรค แบคทีเรีย ไวรัส และตะไคร่น้ำในสระว่ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย แต่หากไม่มีการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม ระบบกรองน้ำ UV  อาจเสื่อมประสิทธิภาพ และทำให้น้ำในสระไม่ได้มาตรฐาน จึงต้องรู้จักวิธีดูแลระบบกรองน้ำ UV อย่างถูกต้องนั่นเอง โดยในบทความนี้ เรามีคำแนะนำมาฝาก


ระบบกรองน้ำ UV สระว่ายน้ำ ทำงานอย่างไร?


ระบบกรองน้ำ UV ในสระว่ายน้ำ จะทำงานโดยใช้หลอดไฟอัลตราไวโอเลต (UV Lamp) ยิงแสงไปยังน้ำที่ไหลผ่านท่อกรอง โดยแสง UV จะเข้าไปทำลายเชื้อโรค ให้ไม่สามารถเจริญเติบโตหรือแพร่พันธุ์ได้ ทำให้น้ำที่ผ่านระบบ UV มีความสะอาดและปลอดภัย ทั้งยังลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อโรคในสระว่ายน้ำได้อีกด้วย 

แต่ประสิทธิภาพของระบบกรองน้ำ UV จะขึ้นอยู่กับความสะอาดของหลอด UV ความใสของปลอกควอตซ์ (Quartz Sleeve) และการไหลเวียนของน้ำในระบบกรองด้วย จึงต้องทำความเข้าใจวิธีการดูแลระบบต่าง ๆ เหล่านี้อย่างถูกต้องนั่นเอง


วิธีการดูแลระบบกรองน้ำ UV สระว่ายน้ำ


1. ทำความสะอาดหลอด UV และปลอกควอตซ์เป็นประจำ


เมื่อใช้งานระบบกรองน้ำ UV ไปสักระยะ จะมีคราบหินปูน ตะกรัน และคราบสกปรกเกาะที่ ปลอกควอตซ์ ซึ่งเป็นส่วนที่ห่อหุ้มหลอด UV หากปล่อยทิ้งไว้จะทำให้แสง UV ถูกบังและประสิทธิภาพลดลง จึงควรดูแลอย่างสม่ำเสมอ


  • ถอดปลอกควอตซ์ออกมาทำความสะอาดทุก 1–3 เดือน

  • ใช้น้ำสะอาดผสมน้ำส้มสายชู หรือกรดอ่อน ๆ เช็ดคราบหินปูน

  • หลีกเลี่ยงการขัดด้วยวัสดุแข็งที่อาจทำให้เกิดรอย


2. เปลี่ยนหลอด UV ตามอายุการใช้งาน


ประสิทธิภาพของหลอด UV ที่ใช้ในการฆ่าเชื้อจะค่อย ๆ ลดลงตามชั่วโมงการใช้งาน จึงต้องเปลี่ยนหลอดตามกำหนด ซึ่งปกติแล้ว อายุการใช้งานเฉลี่ยของหลอด UV จะอยู่ที่ 8,000 – 12,000 ชั่วโมง (แนะนำให้จดบันทึกวันที่ติดตั้งไว้ เพื่อให้ทราบวันที่ควรเปลี่ยนล่วงหน้า)


3. ดูแลระบบกรองหลักไม่ให้สกปรก


ระบบกรองน้ำ UV จะทำงานได้ดีที่สุดเมื่อน้ำมีความใสและมีตะกอนน้อย หากน้ำขุ่นมาก แสง UV จะทะลุผ่านได้ไม่ดี จึงต้องคอยดูแลระบบกรองหลักไม่ให้สกปรก โดยสามารถทำได้ตามวิธี ดังนี้


  • ล้าง Backwash ระบบกรองทรายตามรอบ

  • ทำความสะอาดตะแกรงดักเศษผง (Strainer Basket)

  • ดูดตะกอนก้นสระอย่างสม่ำเสมอ


4. ตรวจเช็กอัตราการไหลของน้ำ (Flow Rate)


หากน้ำไหลผ่านระบบกรองน้ำ UV เร็วเกินไป แสงจะสัมผัสเชื้อโรคได้ไม่เพียงพอ แต่หากไหลช้าเกินไป ก็อาจทำให้ระบบทำงานผิดปกติ จึงต้องตรวจเช็กอัตราการไหลของน้ำอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง


  • ตรวจดูแรงดันจาก Pressure Gauge

  • เช็กปั๊มสระว่าอยู่ในสภาพสมบูรณ์

  • ปรับวาล์วให้เหมาะสมกับสเปกระบบ UV ที่ใช้งาน


5. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและระบบควบคุม


เนื่องจากระบบกรองน้ำ UV ต้องอาศัยไฟฟ้าและวงจรควบคุมที่เสถียร จึงต้องทำการตรวจสอบระบบไฟฟ้าและระบบควบคุมเป็นประจำ


  • ตรวจสอบสายไฟ จุดเชื่อมต่อ และกล่องควบคุมทุก 3–6 เดือน

  • ดูสัญญาณเตือนบนหน้าจอหรือไฟแสดงสถานะ

  • หากพบไฟกะพริบหรือมีเสียงเตือนผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญ


6. ดูแลคุณภาพน้ำร่วมกับระบบ UV


แม้ระบบน้ำ UV จะช่วยฆ่าเชื้อในสระว่ายน้ำได้ดี แต่ก็ต้องทำควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพน้ำด้วยเช่นกัน ซึ่งค่าน้ำที่ควรควบคุมนั้น มีรายละเอียด ดังนี้


  • ค่า pH ควรอยู่ระหว่าง 7.2 – 7.6

  • ค่า Chlorine คงเหลือ (Free Chlorine) ควรอยู่ที่ 1–3 ppm

  • ตรวจสอบค่า ORP เพื่อวัดประสิทธิภาพการฆ่าเชื้อ


7. เลือกช่างสระว่ายน้ำที่น่าเชื่อถือ


การดูแลระบบกรองน้ำ UV จำเป็นต้องอาศัยช่างสระว่ายน้ำมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์การทำงานด้านระบบสระว่ายน้ำ เช่น บริษัทรับสร้างสระว่ายน้ำ เชียงใหม่ เพื่อลดการทำงานผิดพลาด และทำให้การดูแลสระว่ายน้ำเป็นไปอย่างราบรื่น ไร้ปัญหาจุกจิก โดยการเลือกช่างปรับปรุงสระว่ายน้ำ ควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้


  • มีประสบการณ์ด้านระบบสระว่ายน้ำและระบบ UV โดยเฉพาะ

  • สามารถอธิบายขั้นตอนการทำงานและปัญหาที่พบได้อย่างชัดเจน

  • มีผลงานหรือรีวิวจากลูกค้าจริง

  • ใช้อุปกรณ์และอะไหล่มาตรฐาน ไม่ใช้ของไม่ได้คุณภาพ

  • มีการรับประกันงานซ่อมหรือบำรุงรักษา


ข้อดีของการดูแลระบบกรองน้ำ UV สระว่ายน้ำ


  • น้ำในสระใส สะอาด และปลอดภัยต่อผู้ใช้งาน

  • ลดกลิ่นคลอรีนและการระคายเคืองตา/ผิว

  • ยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์

  • ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมระยะยาว


ดังนั้น หากถามว่าเครื่องกรองน้ำ UV ดีไหม? บอกได้เลยว่า เป็นประโยชน์อย่างมาก เพราะนอกจากจะทำให้น้ำในสระว่ายน้ำมีความใสสะอาด น่าใช้งานแล้ว ยังส่งผลต่อความปลอดภัยด้านสุขภาพของผู้ใช้งานอีกด้วย ซึ่งระบบกรองน้ำ UV จะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อมีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี เช่น การทำความสะอาดหลอด UV การเปลี่ยนหลอดตามอายุการใช้งาน หารควบคุมคุณภาพน้ำ และการตรวจเช็กระบบกรองอย่างสม่ำเสมอ

 
 
bottom of page