top of page

SIAMPOOL THAILAND

BLOG & UPDATE

ฮีทปั๊ม คืออะไร ดีไหม เลือกยังไงให้ตอบโจทย์การใช้งานของคุณ

  • 1 วันที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที
ฮีทปั๊ม คืออะไร

ไม่ว่าฤดูไหนคุณก็ยังคงเพลิดเพลินกับการว่ายน้ำในสระหรือแช่ตัวในบ่อออนเซ็นอุ่นๆ ได้อย่างสบายใจในทุกเวลา เพียงแค่คุณติดตั้งฮีทปั๊ม (Heat Pump) ไว้เป็นตัวช่วยจัดการอุณหภูมิน้ำให้คงที่ แต่หลายคนอาจยังสงสัยว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้คืออะไร มีประโยชน์ต่อการใช้งานสระหรือบ่อของคุณอย่างไร แล้วควรเลือกแบบไหนถึงจะเหมาะกับพื้นที่และงบประมาณมากที่สุด? มาหาคำตอบแบบที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้นในบทความนี้

ดูแลสระว่ายน้ำให้สวยและปลอดภัยอยู่เสมอ


ไม่ว่าจะเป็นการสร้าง ซ่อม หรือดูแลสระว่ายน้ำ ทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำที่เหมาะกับสระของคุณ


ฮีทปั๊ม คืออะไร?

ฮีทปั๊ม (Heat Pump) หรือ ปั๊มความร้อน คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ดึงความร้อนจากสภาพแวดล้อมรอบตัวมาเปลี่ยนเป็นพลังงานในการทำน้ำร้อน โดยอาศัยสารทำความเย็นเป็นตัวกลางในการดูดซับความร้อนจากอากาศผ่านคอมเพรสเซอร์เพื่อเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น ก่อนจะถ่ายเทเข้าสู่ระบบน้ำภายในสระหรือออนเซ็น กระบวนการนี้จะเน้นการหมุนเวียนพลังงานแทนการสร้างความร้อนขึ้นมาใหม่ทั้งหมด ช่วยให้น้ำในสระหรือออนเซ็นร้อนเร็วขึ้นแต่ยังคงความร้อนเอาไว้อย่างสม่ำเสมอ จึงช่วยประหยัดไฟได้ดีกวาการใช้ระบบไฟฟ้าทั่วไปหลายเท่าตัว


ระบบฮีทปั๊มทํางานอย่างไร?

หลักการทำงานของฮีทปั๊มคล้ายๆ กับการทำงานของเครื่องปรับอากาศแต่เป็นการทำงานกลับด้านกัน แทนที่จะดึงความร้อนจากในห้องไปทิ้งข้างนอก ฮีทปั๊มจะดึงความร้อนจากอากาศรอบตัวมายังน้ำในสระแทน หัวใจสำคัญของระบบนี้คือการใช้พลังงานไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยในการขับเคลื่อนคอมเพรสเซอร์ให้ย้ายความร้อน ไม่ใช่การสร้างความร้อนจากขดลวดโดยตรง


ฮีทปั๊ม มีประโยชน์อย่างไรบ้าง?

ถ้าจะพูดถึงประโยชน์ของฮีทปั๊ม โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้กับงานสระว่ายน้ำหรือสปาออนเซ็น ฮีทปั๊มมีจุดเด่นที่คุณควรรู้ดังนี้

  • ประหยัดค่าไฟฟ้าในระยะยาว ฮีทปั๊มใช้ไฟฟ้าเพียงเพื่อขับเคลื่อนระบบให้ย้ายความร้อนจากอากาศ ไม่ใช่การเผาไหม้ไฟฟ้าเพื่อสร้างความร้อนโดยตรง จึงประหยัดไฟมากกว่าฮีตเตอร์ขดลวดปกติมากถึง 3 - 5 เท่า

  • ควบคุมอุณหภูมิได้แม่นยำและสม่ำเสมอ ระบบฮีทปั๊มสามารถตั้งค่าอุณหภูมิที่ต้องการได้และเครื่องจะคอยเลี้ยงอุณหภูมิให้นิ่งอยู่เสมอ ทำให้น้ำไม่ร้อนจัดหรือเย็นเกินไปในขณะใช้งาน

  • ใช้งานได้ทุกสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นช่วงกลางคืนที่ไม่มีแสงแดด หรือช่วงหน้าหนาวที่อากาศเย็น ฮีทปั๊มก็ยังคงดึงความร้อนจากอากาศมาทำน้ำอุ่นได้อย่างต่อเนื่อง ต่างจากระบบโซล่าร์เซลล์ที่ต้องพึ่งพาแสงแดดเพียงอย่างเดียว

  • ความปลอดภัยสูง เนื่องจากไม่ได้ใช้เชื้อเพลิงที่เสี่ยงต่อการระเบิด (เช่น แก๊ส) และไม่ได้ปล่อยกระแสไฟฟ้าลงสู่น้ำโดยตรงผ่านขดลวด จึงลดความเสี่ยงเรื่องไฟฟ้ารั่วที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน

  • เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ฮีทปั๊มใช้พลังงานจากอากาศซึ่งเป็นพลังงานสะอาด และในปัจจุบันเครื่องรุ่นใหม่ๆ มักใช้สารทำความเย็นที่ไม่ทำลายชั้นบรรยากาศ (R32) จึงช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนออกสู่ธรรมชาติ

  • คุ้มค่าในระยะยาว เครื่องปั๊มความร้อนถูกออกแบบมาให้ทนทานต่อสภาพอากาศภายนอก ในกรณีที่ใช้กับสร้างสระว่ายน้ำ หากมีการดูแลรักษาเป็นประจำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ เครื่องจะยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพนานนับสิบปี


ฮีทปั๊มมีกี่แบบ อะไรบ้าง?

การแบ่งประเภทของฮีทปั๊ม ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานและเทคโนโลยีคอมเพรสเซอร์ โดยมีทั้งหมด 3 รูปแบบหลักๆ ดังนี้

1. แบ่งตามลักษณะเทคโนโลยีคอมเพรสเซอร์

1.1 แบบ On-Off (แบบทั่วไป) 

เป็นฮีทปั๊มที่มีระบบการทำงานพื้นฐานที่คล้ายกับเครื่องปรับอากาศรุ่นทั่วไป โดยเครื่องจะเดินเครื่องเต็มกำลังเพื่อทำความร้อน และจะตัดการทำงานทันทีเมื่ออุณหภูมิน้ำถึงจุดที่ตั้งไว้ จากนั้นจะเริ่มสตาร์ทใหม่เองเมื่อน้ำเริ่มเย็นลง จุดเด่นคือติดตั้งง่ายและมีราคาย่อมเยาที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นติดตั้งระบบทำน้ำอุ่นในงบจำกัด อย่างไรก็ตาม ฮีทปั๊มประเภทนี้อาจกินไฟสูงกว่าในช่วงที่เครื่องกระชากตัวเริ่มทำงานใหม่ และอุณหภูมิน้ำอาจแกว่งไปบ้างเล็กน้อยตามรอบการตัดของเครื่อง

1.2 แบบ Inverter (แบบประหยัดพลังงาน)

เป็นฮีทปั๊มที่มีประสิทธิภาพการทำงานเหนือกว่าแบบทั่วไป โดยเครื่องจะค่อยๆ ลดรอบการทำงานของคอมเพรสเซอร์ลงเมื่ออุณหภูมิน้ำใกล้ถึงจุดที่กำหนด แทนที่จะตัดการทำงานไปเลยเหมือนระบบทั่วไป จุดเด่นคือความสามารถในการรักษาอุณหภูมิน้ำให้นิ่งที่สุด อีกทั้งทำงานได้เงียบสนิท แม้ราคาตัวเครื่องในช่วงเริ่มต้นจะสูงกว่าระบบทั่วไป แต่เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพในการประหยัดพลังงานในระยะยาวแล้ว ถือเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับสระว่ายน้ำหรือบ่อออนเซ็นที่เปิดใช้งานเป็นประจำ

2. แบ่งตามอุณหภูมิที่ทำได้

2.1 ฮีทปั๊มสำหรับสระว่ายน้ำ (Pool Heat Pump)

เป็นฮีทปั๊มมาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อรักษาอุณหภูมิน้ำให้อุ่นสบายในระดับ 28°C - 35°C เหมาะสำหรับสระว่ายน้ำเพื่อการออกกำลังกายหรือสระสโมสรทั่วไป จุดเด่นคือเน้นการทำงานที่เสถียรและประหยัดพลังงานสูงสุดในระยะยาว ช่วยลดปัญหาการไม่อยากลงสระเพราะน้ำเย็นจัด โดยเฉพาะในช่วงเช้าหรือฤดูหนาว ทำให้สระว่ายน้ำของคุณใช้งานได้จริงตลอดทั้งปี ซึ่งจะช่วยให้คุณคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมดว่า

2.2 ฮีทปั๊มทำสปาออนเซ็น (Onsen Heat Pump)

เป็นฮีทปั๊มที่ถูกออกแบบมาเพื่อการทำออนเซ็นโดยเฉพาะ โดยทำความร้อนได้สูงถึง 40°C - 45°C ซึ่งเป็นระดับอุณหภูมิของออนเซ็น จุดเด่นของฮีทปั๊มชนิดนี้คืออุปกรณ์ภายในและสารทำความเย็นต้องทนความร้อนและความดันได้สูงกว่ารุ่นปกติ เพื่อป้องกันเครื่องน็อคขณะทำน้ำร้อนจัด นอกจากจะได้อุณหภูมิเริ่มต้นของออนเซ็นแล้ว ยังปลอดภัย ใช้งานได้นานตามมาตรฐานระบบออนเซ็นด้วย

2.3 ฮีทปั๊มสำหรับบ้านพักอาศัยและสปาส่วนตัว (Residential Heat Pump)

เป็นฮีทปั๊มที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในบ้านโดยเฉพาะ โดยเน้นการทำความร้อนที่ครอบคลุมทั้งน้ำอุ่นและน้ำร้อนในขนาดที่กะทัดรัด จุดเด่นของฮีทปั๊มชนิดนี้คือตัวเครื่องทำงานเงียบสนิทเพื่อไม่ให้รบกวนการพักผ่อนภายในบ้าน พร้อมระบบควบคุมที่ใช้งานง่ายผ่านสมาร์ทโฟน รองรับระบบไฟฟ้า 1 เฟสที่ใช้กันทั่วไปตามบ้านพักอาศัย นอกจากจะติดตั้งได้ง่ายในพื้นที่จำกัดแล้ว ยังช่วยยกระดับการพักผ่อนส่วนตัวของคุณให้สะดวกสบายและทันสมัยยิ่งขึ้น

3. แบ่งตามแหล่งพลังงานความร้อน

3.1 ฮีทปั๊มแหล่งความร้อนจากอากาศ (Air Source Heat Pump)

เป็นระบบที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย เนื่องจากใช้หลักการดึงพลังงานความร้อนที่มีอยู่ทั่วไปในอากาศมาเปลี่ยนเป็นน้ำร้อน จุดเด่นคือการติดตั้งที่สะดวกและไม่ซับซ้อน เพียงวางตัวเครื่องไว้ในบริเวณที่อากาศถ่ายเทได้ดี ก็สามารถดึงความร้อนจากสภาพอากาศเมืองไทยมาใช้ทำน้ำร้อนได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับการใช้งานทั้งในบ้านพักอาศัย พูลวิลล่า ไปจนถึงสระว่ายน้ำขนาดใหญ่

3.2 ฮีทปั๊มแหล่งความร้อนจากน้ำ (Water Source Heat Pump)

เป็นระบบที่ออกแบบมาเพื่อดึงพลังงานความร้อนจากแหล่งน้ำโดยตรง เช่น แหล่งน้ำธรรมชาติใกล้เคียง หรือการนำน้ำทิ้งที่มีอุณหภูมิสูงจากระบบอื่นในอาคารมาหมุนเวียนใช้ใหม่ จุดเด่นคือให้ค่าประสิทธิภาพความร้อนที่เสถียรมากแม้ในพื้นที่ที่อากาศแปรปรวน อย่างไรก็ตาม ระบบนี้มักใช้ในโครงการขนาดใหญ่หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่วางระบบจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ จึงไม่ค่อยพบเห็นในการติดตั้งสำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป


ต้องติดตั้งฮีทปั๊มตรงไหน?

สำหรับตำแหน่งและการติดตั้งฮีทปั๊ม ทั้งในระบบสระว่ายน้ำและบ่อออนเซ็น มีหลักการที่คล้ายกันแต่ต้องอาศัยความละเอียดแม่นยำสูง เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด โดยทั่วไปแล้วจะติดตั้งบริเวณต่างๆ ดังนี้

  • พื้นที่เปิดโล่งและอากาศถ่ายเท เนื่องจากฮีทปั๊มต้องดึงความร้อนจากอากาศมาใช้ ตำแหน่งที่ติดตั้งจึงต้องเป็นพื้นที่เปิดโล่ง ไม่มีอะไรมาขวางทางลมเข้า-ออก หากไปติดตั้งในที่อับหรือในห้องเครื่องที่ปิดสนิท เครื่องจะไม่มีอากาศร้อนให้ดูดและปล่อยลมเย็นออกมาวนเวียนจนเครื่องทำงานไม่ได้

  • ใกล้กับระบบกรองน้ำ โดยปกติจะติดตั้งต่อจากระบบกรองน้ำเป็นลำดับสุดท้ายก่อนที่น้ำจะไหลกลับเข้าสู่สระหรือบ่อออนเซ็น เพื่อให้มั่นใจว่าน้ำที่ผ่านเครื่องเป็นน้ำที่สะอาดแล้ว

  • พื้นผิวที่มั่นคง ควรวางบนฐานคอนกรีตที่แข็งแรงและได้ระดับ เพื่อลดเสียงรบกวนจากการสั่นสะเทือนขณะเครื่องทำงาน


ติดตั้งฮีทปั๊มยังไงให้ปลอดภัยที่สุด?

การติดตั้งฮีทปั๊มนั้นมีขั้นตอนที่ซับซ้อนพอสมควร ตั้งแต่งานระบบน้ำที่ต้องเดินท่อเชื่อมต่อจากระบบกรองน้ำและติดตั้งวาล์วบายพาสเพื่อคุมอัตราไหลให้เหมาะสม ไปจนถึงงานระบบไฟฟ้าที่ต้องแยกวงจรและติดตั้งสายดินที่ได้มาตรฐาน ซึ่งขั้นตอนเหล่านี้ควรทำโดยช่างผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพราะหากติดตั้งผิดเพียงจุดเดียว ก็อาจส่งผลให้เครื่องทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ กินไฟมากกว่าปกติ อุปกรณ์เสียหายจนหลุดเงื่อนไขการรับประกัน หรืออาจรุนแรงถึงขั้นก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้งาน


ฮีทปั๊ม ราคาประมาณเท่าไหร่?

เพื่อให้คุณเห็นภาพชัดเจนขึ้น เราขอแบ่งงบประมาณตามขนาดและการใช้งานในรูปแบบของตารางดังนี้

ประเภทการใช้งาน

ขนาด (kW)

ช่วงราคาโดยประมาณ (บาท)

เหมาะสำหรับ

Mini Heat Pump

2 - 5 kW

25,000 - 45,000

สระเด็ก, บ่อน้ำล้น, หรืออ่างจากุซซี่ขนาดเล็ก

Residential (สระบ้าน)

7 - 14 kW

65,000 - 120,000

สระว่ายน้ำบ้านพักอาศัย (ขนาดประมาณ 3x6 ม. ถึง 4x8 ม.)

Onsen / High-Temp

7 - 10 kW

85,000 - 140,000

บ่อออนเซ็นที่ต้องการอุณหภูมิสูง (40-45°C)

Commercial (สระใหญ่)

20 kW ขึ้นไป

150,000 - 350,000 ขึ้นไป

สระสโมสร, โรงแรม, หรือพูลวิลล่าขนาดใหญ่


เลือกฮีทปั๊มยังไงให้เหมาะกับการใช้งานของคุณ?

การเลือกซื้อฮีทปั๊มให้คุ้มค่าและใช้งานได้ยาวนาน ไม่ใช่แค่การดูที่ราคาเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดูความเหมาะสมกับหน้างานจริงเพื่อให้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ และนี่คือวิธีเลือกที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

1. เลือกให้ตรงกับการใช้งาน

สิ่งแรกที่คุณต้องตอบตัวเองให้ได้คือจะเอาไปใช้กับอะไร เพราะฮีทปั๊มแต่ละรุ่นออกแบบมาให้ทำความร้อนได้ต่างกัน หากจะทำออนเซ็น ก็ต้องเลือก High-Temperature Heat Pump เท่านั้น เพื่อให้ทำความร้อนได้ถึง 40°C - 45°C ตามมาตรฐานออนเซ็น แต่ถ้าจะทำสระว่ายน้ำ ให้เลือก Swimming Pool Heat Pump ทั่วไปที่ทำความร้อนในช่วง 28°C - 35°C ก็เพียงพอต่อความต้องการแล้ว

2. คำนวณขนาด (kW) ให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำ

ขนาดของฮีทปั๊มจะต้องสัมพันธ์กับปริมาตรน้ำในสระ (ลูกบาศก์เมตร หรือ ตัน) หากเลือกเครื่องขนาดเล็กเกินไป จะทำให้เครื่องทำงานหนักตลอดเวลา นอกจากจะเปลืองไฟแล้วยังทำให้เครื่องพังไวด้วย แต่หากเลือกเครื่องขนาดใหญ่เกินไป แม้จะร้อนเร็วแต่ก็ต้องจ่ายเงินซื้อเครื่องในราคาที่สูงเกินความจำเป็น

3. เลือกระบบ Inverter จากความคุ้มค่า

หลายคนยอมควักเงินจ่ายแบบอินเวอร์เตอร์ เนื่องจากต้องการใช้งานเป็นประจำหรือต้องการรักษาสมดุลความร้อนไว้ตลอดเวลา แถมยังช่วยลดค่าไฟได้ 30 - 50% ทำงานเงียบ และถนอมคอมเพรสเซอร์ด้วยระบบ Soft Start ถ้าหากคุณใช้งานนานๆ ที เช่น สระในบ้านพักตากอากาศที่ไปใช้งานเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ หรือใช้งานเดือนละไม่กี่ครั้ง หรืออาจมีงบจำกัด การเลือกแบบธรรมดาก็ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี แม้จะกินไฟมากกว่าในช่วงที่เครื่องทำงาน แต่ถ้าชั่วโมงการใช้งานรวมต่อปีไม่สูง การซื้อเครื่องราคาถูกกว่าก็อาจคุ้มกว่าการซื้อแบบอินเวอร์เตอร์


สุดท้ายนี้ หากคุณกำลังวางแผนที่จะสร้างบ่อออนเซ็นหรือสระว่ายน้ำไว้ในบ้าน แล้วตัดสินใจที่จะติดตั้งฮีทปั๊มไปพร้อมกันก็ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าในระยะยาว เพราะการรวมงบประมาณส่วนนี้ไว้ตั้งแต่แรก จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของการสร้างบ่อออนเซ็นหรือการสร้างสระว่ายน้ำ ราคาทั้งหมดอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งจะช่วยให้คุณหมดกังวลกับค่าใช้จ่ายบานปลายในภายหลัง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮีทปั๊ม

ฮีทปั๊มปลอดภัยไหม?

ฮีทปั๊มมีความปลอดภัยสูงมากเมื่อเทียบกับระบบอื่น เนื่องจากไม่ได้ใช้เชื้อเพลิงที่เสี่ยงต่อการระเบิดและไม่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าผ่านขดลวดสัมผัสน้ำโดยตรงเหมือนฮีตเตอร์ไฟฟ้าทั่วไป แต่เป็นการย้ายพลังงานความร้อนผ่านตัวแลกเปลี่ยนความร้อนไทเทเนียม ซึ่งมีความเป็นฉนวนและทนทานสูง นอกจากนี้เครื่องรุ่นมาตรฐานมาพร้อมระบบตัดไฟอัตโนมัติและเซนเซอร์ตรวจจับความผิดปกติ จึงมั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อผู้ใช้งานทั้งในสระว่ายน้ำและบ่อออนเซ็นแน่นอน

2. ฮีทปั๊มรุ่นใหม่มีฟังก์ชันอะไรน่าสนใจบ้าง?

นอกจากการดึงความร้อนจากอากาศแล้ว ฮีทปั๊มรุ่นใหม่ยังมาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ยกระดับความสะดวกสบายขึ้นมากครับ เช่น Full Inverter Technology ที่ช่วยปรับรอบการทำงานตามอุณหภูมิจริงเพื่อให้ประหยัดไฟมากขึ้น, ระบบ Smart Wi-Fi Control ที่ให้คุณสั่งเปิด-ปิดหรือตั้งอุณหภูมิล่วงหน้าผ่านสมาร์ทโฟนก่อนถึงบ้าน รวมถึงการใช้สารทำความเย็น R32 ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยให้การแลกเปลี่ยนความร้อนมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้นกว่ารุ่นเดิมๆ หลายเท่าตัว

3. ก่อนซื้อฮีทปั๊ม ควรดูฉลากอะไรบ้าง?

คุณต้องตรวจสอบคือเครื่องหมายรับรองมาตรฐานความปลอดภัยและประสิทธิภาพ โดยพื้นฐานควรได้รับมาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) สำหรับระบบไฟฟ้าในไทย และหากเป็นแบรนด์ระดับสากลควรมีเครื่องหมาย CE (European Conformity) หรือ TÜV SÜD ซึ่งยืนยันว่าตัวเครื่องผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยระดับยุโรป นอกจากนี้ควรสังเกตสัญลักษณ์ RoHS ที่รับรองว่าอุปกรณ์ไม่มีสารที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และหากเครื่องมีเครื่องหมาย ISO 9001 ร่วมด้วย ก็จะช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ากระบวนการผลิตมีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล พร้อมรองรับการใช้งานในระยะยาว


ติดต่อเรา

ไลน์: @siampoolth

เบอร์โทร (ออฟฟิศภาคเหนือ): 065-749-5442

เบอร์โทร (ออฟฟิศภาคกลาง): 092-698-2266

เวลาเปิด - ปิด: จันทร์ - ศุกร์ 08:00 - 17:00

 
 
bottom of page